DirectAdmin — User Level

คู่มือการใช้งาน เมนู Hotlink Protection - (DirectAdmin User Level)

ป้องกันเว็บไซต์อื่นดึงรูปหรือไฟล์จากโฮสติ้งโดยตรง พร้อมตั้ง Allow List, Blank Referrer และ Redirect โดยไม่ทำให้รูปในเว็บหาย

อัปเดตข้อมูลเมื่อ 16 ก.ค. 2026
ภาพหน้าจอ DirectAdmin Dashboard พร้อมกรอบสีแดงรอบเมนู Hotlink Protection สำหรับเข้าสู่หน้าป้องกัน hotlink

Hotlink Protection ใช้ทำอะไร และเข้าเมนูตรงไหน

เมนู Hotlink Protection ช่วยลดการที่เว็บไซต์อื่นนำลิงก์รูปหรือไฟล์ของเราไปแสดงบนเว็บเขาโดยตรง ซึ่งทำให้บัญชีโฮสติ้งต้องรับภาระ Bandwidth ทั้งที่ผู้ชมไม่ได้เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

ภาพหน้าจอ DirectAdmin Dashboard พร้อมกรอบสีแดงรอบเมนู Hotlink Protection ในกลุ่ม Account Manager
กรอบสีแดงแสดงตำแหน่งเมนู Hotlink Protection ในหน้า Dashboard ซึ่งเป็นทางเข้าหลักสำหรับตั้งค่าป้องกันเว็บอื่นดึงไฟล์ภาพจากโดเมนในบัญชี Premium Hosting

สำหรับลูกค้า Premium Hosting ให้เข้าจากหน้า Dashboard แล้วดูที่กลุ่ม Account Manager จากนั้นกดเมนู Hotlink Protection ซึ่งเป็นไอคอนรูปกุญแจ

กรณีที่ควรใช้เมนูนี้ เช่นเว็บมีรูปสินค้า รูปบทความ หรือไฟล์ภาพที่ถูกเว็บอื่นดึงไปแสดงจนใช้ bandwidth สูงผิดปกติ แต่ก่อนเปิดใช้จริงต้องตั้ง URL ที่อนุญาตให้ครบ ไม่เช่นนั้นไฟล์ภาพบนเว็บตัวเอง, CDN, subdomain, ระบบหลังบ้าน หรือแอปที่เรียกไฟล์แบบไม่มี referrer อาจถูกบล็อกได้

ทำความรู้จัก Allow List และชนิดไฟล์ที่ต้องการป้องกัน

เมื่อเปิดเมนู Hotlink Protection หน้าแรกจะมี breadcrumb Dashboard > Hotlink Protection ใช้ยืนยันว่าคุณอยู่ในเมนูนี้จริง และด้านขวาบนมี ตัวเลือกโดเมน พร้อมไอคอนรูปโลก แสดงโดเมนที่กำลังใช้งาน เช่น phalconhost2.com ถ้าบัญชีมีหลายโดเมน ควรตรวจตัวเลือกโดเมนก่อนทุกครั้ง เพราะการตั้งค่านี้ผูกกับโดเมนที่เลือกอยู่

ภาพหน้าจอหน้าหลัก Hotlink Protection ใน DirectAdmin แสดง breadcrumb domain selector ปุ่ม Enable Hotlinks Protection ตาราง URL และปุ่ม Save
หน้าหลัก Hotlink Protection ใช้ตรวจ domain selector, เปิดใช้งาน protection, จัดการ allowed URL, กำหนดชนิดไฟล์ที่ป้องกัน และกด Save เพื่อบันทึกค่าที่เกี่ยวข้อง
  • Enable Hotlinks Protection - ปุ่มสีเขียวพร้อมไอคอนเฟือง ใช้เปิด hotlink protection เมื่อเตรียม URL ที่อนุญาตและค่าที่เกี่ยวข้องพร้อมแล้ว ถ้ารายการ URL ที่อนุญาตว่าง ระบบอาจปิด protection ให้เองตามคำเตือนของ DirectAdmin
  • With selected (0 / 0) - ตัวเลขหน้าตารางที่บอกจำนวน URL ที่เลือกอยู่เทียบกับจำนวน URL ทั้งหมด เช่น 0 / 0, 0 / 1 หรือ 1 / 1
  • Delete - ปุ่มลบ URL ที่เลือกจากตาราง ปุ่มนี้จะเป็นสีจางหรือใช้งานไม่ได้เมื่อยังไม่มีรายการหรือยังไม่ได้เลือกช่อง
  • Save - ปุ่มบันทึกค่าด้านล่าง เช่น ชนิดไฟล์ที่ป้องกัน, blank referrer และ redirect option

เพิ่ม URL ที่อนุญาต

หัวใจของ Hotlink Protection คือรายการ URL ที่อนุญาตให้เรียกไฟล์จากโดเมนนี้ได้ ให้กรอก URL หรือ domain ที่เชื่อถือได้ในช่องว่างเหนือคำว่า Protected file types แล้วกด Add เมื่อช่องยังว่าง ปุ่ม Add จะใช้งานไม่ได้ เพื่อป้องกันการเพิ่มรายการเปล่า

ภาพหน้าจอ Hotlink Protection หลังเพิ่ม URL ที่อนุญาต แสดง checkbox หัวตาราง checkbox หน้าแถว คอลัมน์ URL และ With selected
เมื่อเพิ่ม URL ที่อนุญาตแล้ว ตารางจะแสดงแถว URL พร้อม checkbox สำหรับเลือกไปลบ และ With selected จะบอกจำนวนรายการที่เลือกเทียบกับจำนวนทั้งหมด

ในตัวอย่างนี้มีการเพิ่ม https://www.phalconhost.com เพื่อให้เห็นพฤติกรรมของตาราง หลังคลิก Add แล้ว DirectAdmin แสดงข้อความแจ้ง Success และตารางมีแถวใหม่ทันที โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างเพิ่มเติม

ส่วนในตารางความหมายควรระวังอะไร
ช่องเลือกหน้าแถวเลือก URL เพื่อใช้คำสั่ง เช่น Deleteเลือกเฉพาะรายการที่ต้องการลบจริง เพราะปุ่ม Delete ไม่มีหน้าต่างยืนยันแยกในหน้าที่ทดสอบ
ช่องเลือกหัวตารางเลือกทุกแถวในตารางเมื่อมีรายการอย่างน้อยหนึ่งรายการถ้ามีหลาย URL การเลือกทั้งหมดแล้วกด Delete จะลบหลายรายการพร้อมกัน
คอลัมน์ URLแสดง URL ที่อนุญาต เช่น https://www.phalconhost.comต้องตรวจโพรโทคอล, domain, subdomain และเครื่องหมายท้าย URL ให้ตรงกับเว็บที่ต้องอนุญาต
With selectedเปลี่ยนจาก 0 / 1 เป็น 1 / 1 เมื่อเลือกแถวใช้ยืนยันว่ากำลังจะใช้คำสั่งกับกี่รายการก่อนกด Delete

Protected file types และ Allow Blank Referrer ควรตั้งอย่างไร

ช่อง Protected file types ระบุชนิดไฟล์ที่จะถูกนำเข้าเงื่อนไข Hotlink Protection ค่าเริ่มต้นในหน้าตัวอย่างคือ jpg,jpeg,gif,bmp,ico,svg,png ซึ่งครอบคลุมไฟล์ภาพทั่วไปและไอคอนที่มักถูก hotlink บ่อย

ภาพหน้าจอ Hotlink Protection แสดงช่อง Protected file types และ checkbox Allow Blank Referrer
Protected file types ใช้กำหนดนามสกุลไฟล์ที่จะป้องกัน ส่วน Allow Blank Referrer ใช้ตัดสินใจว่าจะอนุญาต request ที่ไม่มี referrer หรือไม่

Allow Blank Referrer เป็นช่องเลือกที่อนุญาตคำขอที่ไม่มี referrer header เช่นผู้ชมเปิดรูปโดยตรงจาก URL, เบราว์เซอร์หรือ privacy extension ซ่อน referrer, แอปแชตที่แสดงตัวอย่างรูป, เครื่องมือทดสอบบางชนิด หรือระบบภายนอกที่ไม่ส่ง referrer มา

  • ถ้า ติ๊ก Allow Blank Referrer ระบบจะยอมให้คำขอที่ไม่มี referrer ผ่าน เหมาะกับเว็บทั่วไปที่ไม่อยากให้รูปบางส่วนพังจากเบราว์เซอร์หรือแอปที่ไม่ส่ง referrer
  • ถ้า เอาติ๊กออก การป้องกันจะเข้มขึ้น แต่มีโอกาสทำให้การเปิดไฟล์ตรง, ภาพตัวอย่างในแอป, บางระบบแคช/CDN หรือบาง bot ที่จำเป็นถูกบล็อก
  • ถ้ากำลังไล่ปัญหา bandwidth จากเว็บภายนอก ให้เริ่มจากการตั้ง URL ที่อนุญาตให้ถูกก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่อง blank referrer

กำหนดการตอบกลับเมื่อถูกบล็อก

ส่วน Redirect to ใช้กำหนดว่าจะตอบกลับอย่างไรเมื่อมีคำขอที่ไม่อยู่ใน URL ที่อนุญาตและเข้าเงื่อนไขไฟล์ที่ protected ในหน้าตัวอย่างมีสองตัวเลือกคือ 403 Forbidden และ URL

ภาพหน้าจอ Hotlink Protection เมื่อเลือก Redirect to แบบ URL และแสดงช่อง Redirect URL
เมื่อเลือก Redirect to เป็น URL ระบบจะแสดงช่อง Redirect URL เพิ่มขึ้น ต้องกรอกปลายทางที่ทดสอบแล้วและไม่ทำให้เกิด redirect loop ก่อนกด Save
ตัวเลือกผลลัพธ์เหมาะกับกรณี
403 Forbiddenตอบกลับว่าไม่ได้รับอนุญาต ไม่ส่งผู้ชมไปหน้าอื่นเหมาะกับการป้องกัน hotlink แบบตรงไปตรงมา ลดการรับส่งข้อมูลที่ไม่ต้องการ และไม่สร้าง redirect เพิ่ม
URLแสดงช่อง Redirect URL เพิ่มขึ้น เพื่อระบุปลายทางที่จะ redirect คำขอที่ถูกบล็อกเหมาะเมื่อต้องการส่งไปภาพ placeholder, หน้าแจ้งเตือน หรือ URL ที่เตรียมไว้เฉพาะ แต่ต้องระวังไม่ให้เกิด loop

เมื่อเลือก URL DirectAdmin จะแสดงช่องกรอก Redirect URL ใต้ตัวเลือก ควรกรอกเป็น URL เต็มพร้อมโพรโทคอล เช่น https://www.example.com/hotlink-blocked/ และควรเปิดปลายทางทดสอบก่อนกด Save

หลีกเลี่ยงการ redirect กลับไปไฟล์ภาพเดิม, path เดิม หรือ URL ที่อยู่ใต้ protection แบบเดียวกัน เพราะอาจเกิด redirect loop หรือทำให้เบราว์เซอร์โหลดซ้ำไม่จบ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้ 403 Forbidden จะปลอดภัยกว่าและเข้าใจผลกระทบง่ายกว่า

ลบรายการและเปิดใช้งานอย่างปลอดภัย

จากหน้าที่ทดสอบ เมื่อติ๊กช่องเลือกหน้า URL แล้วกด Delete DirectAdmin ลบรายการออกจากตารางทันที และแสดงข้อความแจ้ง Success พร้อมข้อความ With zero allowed domains, the Hotlink Protection has been disabled. หมายความว่าเมื่อไม่มีโดเมนที่อนุญาตเหลืออยู่ ระบบจะปิด Hotlink Protection ให้เอง

ภาพหน้าจอ Hotlink Protection หลังลบ allowed URL จนเหลือศูนย์และแสดง warning ว่า Hotlink Protection ถูกปิด
เมื่อลบ allowed URL จนเหลือศูนย์ DirectAdmin แสดงข้อความว่า Hotlink Protection ถูกปิด และในหน้าที่ทดสอบปุ่ม Delete ไม่มี confirmation modal แยก

จุดสำคัญคือคำสั่ง Delete ของตารางนี้ไม่มีหน้าต่างยืนยันแยกแบบบางเมนูอื่น จึงต้องใช้ตัวเลข With selected, ช่องเลือกหน้าแถว และชื่อ URL ในคอลัมน์ URL เป็นจุดตรวจสุดท้ายก่อนคลิก Delete ถ้าเลือกผิด รายการที่จำเป็นอาจหายทันทีและทำให้ protection ทำงานผิดจากที่ตั้งใจ

  1. ตรวจตัวเลือกโดเมน - ต้องเป็นโดเมนที่ต้องการตั้งค่า Hotlink Protection จริง
  2. เพิ่ม allowed URL ให้ครบ - รวม domain หลัก, www, subdomain, CDN หรือระบบแสดงตัวอย่างที่จำเป็น
  3. ตรวจ file types - ค่าเริ่มต้นครอบคลุมไฟล์ภาพทั่วไป แต่ถ้าเว็บใช้ webp หรือไฟล์อื่นต้องเพิ่มเองอย่างระวัง
  4. ทดสอบหน้าเว็บหลังบันทึก - เปิดหน้าเว็บจริงหลายหน้า และดูว่ารูป, ไอคอน, logo, CSS background และระบบหลังบ้านยังโหลดได้

หลังบันทึกแล้ว ลองเปิดเว็บไซต์ทั้งจากโดเมนหลัก, www, Subdomain และบริการ CDN ที่ใช้อยู่ หากรูปหรือไฟล์ส่วนใดหาย ให้กลับมาตรวจรายการ URL ที่อนุญาตก่อนเปิดใช้งานต่อครับ

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

สามารถแอดไลน์คุยกันก่อนได้ที่ line: @PhalconHost

Related

อ่านต่อในคู่มือเดียวกัน