DirectAdmin — User Level

คู่มือการใช้งาน เมนู Setup Node.js App - (DirectAdmin User Level)

สร้างและดูแล Node.js Application พร้อมตั้ง Version, Root, URL, Startup File, Environment Variables และติดตั้ง Dependencies

อัปเดตข้อมูลเมื่อ 16 ก.ค. 2026
ภาพหน้าจอ DirectAdmin Dashboard พร้อมกรอบสีแดงรอบเมนู Setup Node.js App สำหรับเข้าสู่หน้าจัดการแอป Node.js

Setup Node.js App ใช้ทำอะไร และเข้าเมนูตรงไหน

เมนู Setup Node.js App ใช้สร้างสภาพแวดล้อมสำหรับ Node.js บน Premium Hosting ตั้งแต่เลือกเวอร์ชันและโหมด กำหนด Application Root, URL และ Startup File ไปจนถึงเพิ่ม Environment Variables ติดตั้ง Dependencies และ Restart แอป

ภาพหน้าจอ DirectAdmin Dashboard พร้อมกรอบสีแดงรอบเมนู Setup Node.js App ในกลุ่ม Extra Features
กรอบสีแดงแสดงตำแหน่งเมนู Setup Node.js App ในกลุ่ม Extra Features ซึ่งเป็นทางเข้าไปจัดการ Node.js application ของบัญชี Premium Hosting

สำหรับลูกค้า Premium Hosting ให้เข้าจากหน้า Dashboard แล้วดูที่กลุ่ม Extra Features จากนั้นกดเมนู Setup Node.js App

เมนูนี้เหมาะกับงานเหล่านี้:

  • สร้าง Node.js application ในโฮสติ้ง - ให้ DirectAdmin เตรียม environment สำหรับรันแอปในบัญชี user
  • เลือก Node.js version - ให้ตรงกับ requirement ของโปรเจกต์ เช่น package หรือ framework ที่ใช้อยู่
  • กำหนด URL สำหรับเข้าแอป - ผูก domain และ path เช่น phalconhost2.com/node-guide-demo
  • ควบคุม process - start, stop และ restart แอปผ่านปุ่มในหน้า DirectAdmin

ถ้าแอปของคุณเป็นเว็บ production หรือ API ที่มีลูกค้าใช้งานจริง ให้ตรวจ dependency, startup file, path และ environment variables ให้ครบก่อนกดสร้างหรือ restart เพราะค่าเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการที่แอปจะ start ได้หรือไม่ได้

ทำความรู้จักรายการ Application และสถานะการทำงาน

เมื่อเข้าหน้า Setup Node.js App แล้ว พื้นที่ plugin จะแสดงหัวข้อ Node.js และแท็บหลัก Web applications ซึ่งเป็นหน้ารวมของ Node.js application ทั้งหมดในบัญชี DirectAdmin นี้ ถ้ายังไม่มีแอป ระบบจะแสดงข้อความ No Applications found

ภาพหน้าจอหน้ารวม Web applications ของ DirectAdmin Setup Node.js App พร้อมตาราง App URI App Root Directory Mode Status และ Actions
หน้ารวม Web applications ใช้ดูรายการ Node.js application ทั้งหมด พร้อมสถานะ started หรือ stopped และ action icon สำหรับจัดการแต่ละแอป

หน้าจอนี้ถูกโหลดอยู่ในหน้า Plugins ของ DirectAdmin จึงอาจไม่ได้แสดง breadcrumb แบบเมนู DirectAdmin ปกติภายใน iframe แต่ตำแหน่งของ ขั้นตอน จะดูจากแท็บใน plugin ได้แก่ Web applications, Create application และชื่อ application เช่น phalconhost2.com/node-guide-demo

คอลัมน์ความหมายควรตรวจอย่างไร
App URIURL หรือ path ที่ผู้ใช้จะเปิดแอป เช่น phalconhost2.com/node-guide-demoต้องตรงกับ domain/path ที่ต้องการให้แอปรันจริง การกด App URI อาจเปิด URL ปลายทาง ไม่ใช่หน้าแก้ไข
App Root Directorypath จริงในบัญชี hosting เช่น /home/phalcon1/phkb-node-guide-demoต้องเป็นโฟลเดอร์ของแอป Node.js นั้น ไม่ควรชี้มั่วไปยังไฟล์เว็บอื่น
Modeค่า application mode เช่น production หรือ developmentเว็บจริงควรใช้ production เว้นแต่กำลังทดสอบและเข้าใจผลของ NODE_ENV
Actionsชุดไอคอน ควบคุมแอป เช่น stop, start, restart, edit และ deleteกดเฉพาะแถวที่ถูกต้อง เพราะเป็นคำสั่งต่อแอปนั้นทันที

สร้างแอป Node.js

เมื่อกด Create application ระบบจะเปิดฟอร์มสร้างแอปใหม่ โดยแท็บด้านบนเปลี่ยนเป็น Create application และมีปุ่ม Cancel กับ Create อยู่ด้านบนของฟอร์ม ถ้ายังกรอกข้อมูลสำคัญไม่ครบ ปุ่ม Create จะถูก disable และช่อง Application root จะแสดง tooltip Mandatory field

ภาพหน้าจอฟอร์ม Create application ใน DirectAdmin Setup Node.js App ที่มี Node.js version Application mode Application root Application URL และ startup file
ฟอร์ม Create application คือจุดที่ต้องเลือก Node.js version ตั้งค่า mode กำหนด root URL และ startup file ให้ตรงกับโปรเจกต์ก่อนสร้างแอปจริง
  • Node.js version - เมนูสำหรับเลือก runtime ที่แอปจะใช้ ในหน้าจอตัวอย่าง มีตัวเลือกตั้งแต่ Node.js 6, 8, 9, 10, 11, 12, 14, 16, 18, 19, 20, 22 และ 24 โดย 20.20.2 ถูกระบุว่า recommended
  • Application mode - เมนูสำหรับเลือก Development หรือ Production และระบบบอกชัดว่าเพิ่มค่าให้ตัวแปร NODE_ENV
  • Application root - path หรือชื่อโฟลเดอร์ของแอปบนเซิร์ฟเวอร์เป็นตำแหน่งที่ต้องอัปโหลดไฟล์ Node.js application เข้าไป เช่นโฟลเดอร์ที่มี package.json และ startup file
  • Application startup file - ชื่อไฟล์ที่ DirectAdmin ใช้ start แอป เช่น app.js, server.js หรือไฟล์ entry point ที่โปรเจกต์คุณใช้จริง

Environment variables และ Detected configuration files ใช้อย่างไร

ส่วน Environment variables ใช้เพิ่ม key/value ที่แอป Node.js ต้องอ่านจาก environment แทนการเขียนค่าคงที่ลงใน source code เช่น mode, endpoint, feature flag หรือค่าคอนฟิกบางอย่างที่ต้องแยกตาม environment

ภาพหน้าจอ Environment variables ใน DirectAdmin Setup Node.js App พร้อมคอลัมน์ Name Value Actions และปุ่ม Done Cancel
Environment variables ใช้เพิ่มค่าที่แอปอ่านจาก runtime โดยแต่ละแถวมี Name, Value และ action สำหรับบันทึกหรือยกเลิกการแก้ไข
  • Add variable - ปุ่มพร้อมไอคอนเครื่องหมายบวก ใช้เพิ่มแถวใหม่ในตาราง Environment variables
  • Name - ชื่อตัวแปร เช่น APP_ENV, API_BASE_URL หรือชื่อที่แอปอ่านผ่าน process.env
  • Value - ค่าของตัวแปรนั้น ต้องระวังเป็นพิเศษถ้าเป็น secret, token หรือ password
  • Cancel - ยกเลิกการเพิ่มหรือแก้ไขแถว environment variable นั้น

ถ้ายังไม่มีตัวแปร ระบบจะแสดง No Result Found ซึ่งไม่ใช่ error เพียงแปลว่ายังไม่ได้เพิ่ม environment variable ใด ๆ

หลังสร้างแอปแล้ว หน้าจัดการจะมีส่วน Detected configuration files และปุ่ม Run NPM Install ถ้าระบบยังไม่พบไฟล์ config ที่เกี่ยวข้อง เช่น package.json ปุ่มนี้อาจถูก disable ตามภาพตัวอย่างเพราะยังไม่มีไฟล์ให้ติดตั้ง dependency

จัดการแอปที่สร้างแล้ว

หลังสร้างแอปสำเร็จ ระบบจะเปิดหน้ารายละเอียดของแอปนั้น โดยแท็บด้านบนแสดง URL เช่น phalconhost2.com/node-guide-demo และมีปุ่มจัดการหลักอยู่ด้านบน ได้แก่ Destroy, Cancel และ Save

ภาพหน้าจอหน้าจัดการ Node.js application หลังสร้างแล้ว แสดงคำสั่ง virtual environment ปุ่ม Stop app Restart Open Save และ Run NPM Install
หน้าจัดการแอปหลังสร้างแล้วใช้ควบคุม process แก้ค่า runtime เปิด URL ของแอป และดูคำสั่งเข้า virtual environment สำหรับจัดการโปรเจกต์

คำสั่งนี้มีไว้สำหรับกรณีที่ต้องเข้า shell เพื่อจัดการแอปด้วย command line เช่นติดตั้ง dependency หรือทดสอบคำสั่งใน environment เดียวกับแอป ถ้าไม่คุ้นกับ command line ให้ส่งภาพหน้าจอให้ทีม Support ช่วยแนะนำก่อนใช้บนเว็บจริง

  • Open - เปิด URL ของแอปในเบราว์เซอร์เพื่อดูผลลัพธ์ปลายทาง จากการทดสอบ App URI ในตารางก็สามารถเปิด URL ปลายทางได้เช่นกัน
  • Stop app - หยุด process ของแอป จากการทดสอบไม่พบหน้าต่างยืนยันแยก หลังหยุดแล้วสถานะจะเปลี่ยนเป็น stopped และคำสั่งในตารางเปลี่ยนเป็น start
  • Start app - เริ่ม process ของแอปที่หยุดอยู่ จากการทดสอบไม่พบหน้าต่างยืนยันแยก หลัง start สำเร็จสถานะจะกลับเป็น started
  • Run NPM Install - ใช้ติดตั้ง dependency จากไฟล์ config ที่ระบบตรวจพบ ถ้าปุ่มใช้งานไม่ได้ให้ตรวจว่ามี package.json ใน Application root แล้วหรือยัง

ใช้ Node.js App กับเว็บไซต์จริงอย่างปลอดภัย

การลบแอปเริ่มจากกดไอคอน delete ในตารางหรือกด Destroy ในหน้ารายละเอียด ระบบจะแสดงหน้าต่างยืนยัน ก่อนลบจริง โดยในตัวอย่างข้อความคือ Are you sure you want to remove phkb-node-guide-demo application?

ภาพหน้าจอ confirmation modal ตอนลบ Node.js application ใน DirectAdmin พร้อมปุ่ม Cancel และ Agree
ก่อนลบ Node.js application ระบบจะแสดง confirmation modal ให้ตรวจชื่อแอปอีกครั้ง โดย Cancel ยกเลิก ส่วน Agree ยืนยันการลบจริง

ในการยืนยันนี้ไม่ได้มีช่องเลือกเพิ่มเติมสำหรับเลือกลบไฟล์ใน application root แยกจากตัว app environment ดังนั้นก่อนกด Agree ให้ถือว่าเป็นจุดตัดสินใจสุดท้ายของการลบ application ใน DirectAdmin แล้ว ควรมี backup ของ code และ config สำคัญไว้ก่อน

  1. ตรวจ Node.js version กับโปรเจกต์ - ดูจาก package.json, lock file หรือเอกสารของ framework ก่อนเลือก runtime
  2. ตั้ง Application root ให้แยกจากเว็บหลัก - ลดโอกาสชนกับไฟล์ WordPress/PHP หรือไฟล์ production เดิม
  3. อย่าให้ Application URL ทับ path สำคัญ - โดยเฉพาะ โดเมนหลัก หรือ path ที่เว็บหลักใช้อยู่
  4. มีแผน rollback ก่อน Restart หรือ Destroy - โดยเฉพาะเว็บ/API ที่มีผู้ใช้งานจริง

หากตั้งค่าแล้วแอป Node.js ยังไม่ทำงาน หรือไม่แน่ใจว่าควรกำหนดค่าอย่างไร สามารถติดต่อทีมงาน PhalconHost ได้เลยครับ ทีมงานยินดีเข้าไปช่วยตรวจสอบและตั้งค่าให้แอปทำงานได้อย่างถูกต้อง

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

สามารถแอดไลน์คุยกันก่อนได้ที่ line: @PhalconHost

Related

อ่านต่อในคู่มือเดียวกัน